"บังยี" วรวีร์ มะกูดี เตรียมหารือสภากรรมการฯ แก้ไขรัฐธรรมนูญเลือกตั้งสมาคมฟุตบอลฯ ยืดเวลาทำงาน 2 เป็น 4 ปี เพื่อให้สอดคล้องนานาชาติ และมีเวลาทำงานต่อเนื่อง แจงงบปี 52 เหลือกำไร 6 ล้านกว่าบาท ตั้ง ดร.กษม ชนะวงศ์ ดูบอลหญิง 15 ปี สู้ศึกยูธโอลิมปิก ขณะที่ทีมหญิงให้ "โค้ชหรั่ง" ชาญวิทย์ ผลชีวิน คุมยาว ด้าน "บิ๊กวีเจ" วิจิตร เกตุแก้ว ได้ไอเดียเช่าเวลาทีวีทำรายการกฎกติกาฟุตบอล ขณะที่ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ตั้งทีมดูเรื่องล้มบอล
ส.บอลจัดประชุมใหญ่
เมื่อวันที่ 31 มี.ค. เวลา 11.00 น. สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2552 ขึ้นที่ห้องประชุมศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ หนองจอก นำโดย "บังยี" วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมสภากรรมการ และสโมสรสมาชิก ซึ่งในส่วนของสภากรรมการบริหารเดินทางมาร่วมประชุม 7 คน สโมสรสมาชิกประเภทสามัญ 67 คน ประเภทวิสามัญ 30 คน และประเภทสมทบ 2 คน นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากโอลิมปิคประเทศไทย และการกีฬาแห่งประเทศไทยเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย โดยมีวาระรับรองรายงานการประชุมใหญ่ของปี 2551 การแถลงกิจการในรอบปี 2552 การแถลงฐานะงบดุลทางด้านการเงินปี 2552 การพิจารณาแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี และเรื่องอื่นๆ
"บังยี"แจ้งข่าวดีให้สมาชิกทราบ
นายกสมาคมฟุตบอลฯ "บังยี" วรวีร์ มะกูดี ได้เริ่มต้นกล่าวต้อนรับสโมสรสมาชิก พร้อมต้อนรับเข้าสู่บ้านหลังใหม่ที่จะเป็นที่ตั้งของสมาคมฟุตบอลฯ แบบถาวรในอนาคตอันใกล้นี้ นอกจากนี้ยังได้แจ้งข่าวดีว่า จากการประชุมฟีฟ่าเมื่อ 18-19 มี.ค. ได้มีมติให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก ปี 2012 ซึ่งนับว่าเป็นเกียรติ และน่าภาคภูมิใจอย่างมากสำหรับประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีมติให้ทีมฟุตบอลหญิงอายุ 15 ปี ของไทยเข้าร่วมแข่งขันกีฬายูธโอลิมปิก ครั้งที่ 1 ระหว่าง 12-25 ส.ค. ที่ประเทศสิงคโปร์ แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาของวงการฟุตบอลหญิงของไทยที่ฟีฟ่าให้การยอมรับ ส่วนการเตรียมทีมชาติในอนาคตจะเน้นการจ้างโค้ชมืออาชีพเข้ามาทำเท่านั้นและ มีการเซ็นสัญญาในการทำทีมที่ชัดเจนเพื่อที่จะได้มีเวลาในการทำงาน
ปี52เหลือกำไร6ล้านกว่า
จากนั้นที่ประชุมได้มีการแถลงงบดุลของสมาคมฟุตบอลฯ ประจำปี 2552 ให้สมาชิกได้ทราบ โดยปีที่ผ่านมามีรายได้เข้ามาถึง 147,407,145.95 บาท ประกอบด้วยรายได้จากการแข่งขัน 41,789,940 บาท รายได้จากสิทธิประโยชน์ 72,225,000 บาท รายได้จากเงินสนับสนุนของฟีฟ่า 7,928,432 บาท รายได้จากเงินอุดหนุนสมาคมกีฬาของ กกท. 2,426,786 บาท รายได้จากการแข่งขันเอเชียน ยูธเกมส์ ชาย 1,703,300 บาท รายได้จากการแข่งขันเอเชียนอินดอร์เกมส์ ชาย-หญิง 8,700,874 บาท รายได้จากการสนับสนุนแข่งขันฟุตบอลซีเกมส์ 12,295,388 บาท รายได้จากค่าบำรุงสมาชิกสโมสร 325,000 บาท และดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร 12,425.95 บาท
ขณะที่รายจ่ายประจำปีใช้ไปทั้งสิ้น 141,021,076.62 บาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายจากการแข่งขันประจำปี 52,545,810.64 บาท ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินการและการบริหาร 88,475,265.62 บาท ทำให้ปี 2552 สมาคมฟุตบอลฯ มีกำไรทั้งสิ้น 6,386,069.33 บาท นอกจากนี้ที่ประชุมยังคงแต่งตั้งให้ พันตรี ประชา ธรรมโชติ เป็นผู้ตรวจสอบบัญชีประจำปี 2553 อีกสมัยด้วย
