หลังเสร็จสิ้นการประชุมผู้ควบคุมการแข่งขันฟุตบอลสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีก และลีกดิวิชั่น 1 ประจำสปดาห์ที่ 26 นัดกลางสัปดาห์ซึ่งลงฟาดแข้งกันไปเมื่อวานที่ผ่านมา (29 ก.ย.) ซึ่งประชุมกันที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลฯ เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (30 ก.ย.) โดยมี ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานในการประชุมเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา
ไทยลีกไม่มีปัญหาส่วน ด.1 สั่งแบน 2 โค้ชปตท.ปรับอีก 30,000
ด้านประธานบริษัทไทยพรีเมียร์ลีกก็ได้ออกมาเผยถึงบทสรุปในที่ประชุมว่า “สำหรับในศึกไทยพรีเมียร์ลีก 7 คู่เมื่อวานที่ผ่านมาเรียบร้อยดี ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ส่วนในดิวิชั่น 1 ก็มี 1 คู่ที่มีปัญหาคือคู่ระหว่าง ปตท.ระยอง ที่เปิดบ้านเสมอกับ เชียงราย ยูไนเต็ด 2-2 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (28 ก.ย.) ซึ่งในเกมดังกล่าวมีสตาฟฟ์โค้ชของทีมเจ้าบ้านสองคนไปต่อว่าผู้ตัดสินด้วย ถ่อยคำที่หยาบคาย และแสดงท่าทางไม่พอใจคำตัดสินอย่างรุนแรง จึงได้มีบทลงโทษดังนี้ในรายของนายสมทรง ละอองทอง ที่ไปต่อว่าผู้ตัดสินจะถูกห้ามลงทำหน้าที่ข้างสนาม 1 นัด และถูกปรับอีก 10,000 บาท และนายทศพร เอื้อสัจพล ที่แสดงท่าทางรุนแรงก็ถูกห้ามทำหน้าที่ 2 นัด และปรับเงิน 20,000 บาท เบ็ดเสร็จแล้วทีม ปตท.ระยองก็โดนไป 30,000 บาท”
ลีกเยาวชนเตะแน่ พ.ย.เล่นแบบทัวร์นาเมนต์ที่เหลือรอยีคอนเฟิร์ม
นอกจากนี้ ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ก็ได้เผยถึงความคืบหน้าการจัดการแข่งขันฟุตบอลลีกเยาวชนที่จะทำการแข่งขัน กันหลังจากปิดฤดูกาลของไทยพรีเมียร์ลีกอีกด้วยว่า “ถึงตอนนี้ก็เหลือเพียงการเซ็นอนุมัติจากนายกสมาคมฯ เท่านั้น เพราะทางทีพีแอลได้เสนอโครงการไปทั้งหมดแล้ว ซึ่งก็คาดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร โดยเบื้องต้นก็คาดการไว้ว่าจะเล่นกันในช่วงกลางเดือน พ.ย.และตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้”
สำหรับทีมที่จะลงแข่งขันนั้น ดร.วิชิต ก็บอกว่า “จะเป็น 16 ทีมในไทยลีก แต่จะไม่รวมกับ 3 ทีมที่ตกชั้น เพราะจะให้โอกาสกับ 3 ทีมน้องใหม่จาก ด.1 ที่จะขึ้นมาเล่นไทยลีกได้สิทธิลงเล่นแทนเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ในส่วนของคุณสมบัติของนักเตะที่จะลงทำการแข่งขันจะต้องเป็นนักเตะที่อายุไม่ เกิน 20 ปี ซึ่งแต่ละทีมสามารถที่จะส่งนักเตะอายุเกินรวมถึงนักเตะต่างชาติได้ทีมล่ะไม่ เกิน 3 คน
โดยการแข่งขันจะเล่นแบบเป็นทัวร์นาเมนต์ 16 ทีม แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ตามภูมิภาคใกล้เคียงของทีมต่างๆ ซึ่งจะดูจากความเหมาะสมในการเดินทางเป็นหลัก จะแข่งขันแบบพบกันหมดเหย้าเยือนเพื่อหา 2 ทีมในแต่ละกลุ่มเข้าไปเล่นในรอบน็อคเอาท์ ซึ่งก็จะมีการจับสลากประกบคู่หลังจากได้ 8 ทีมที่ผ่านเข้ารอบไปแล้ว และในรอบนี้ก็จะยังคงเล่นแบบเหย้าเยือนเหมือนเดิม จนได้คู่ชิงชนะเลิศถึงจะเล่นกันที่สนามกลางนัดเดียว โดยจะเลือกสนามที่มีความเหมาะสมอีกครั้ง ในส่วนของเรื่องเงินรางวัลการแข่งขันนั้น บอสใหญ่ไทยลีก ก็กล่าวว่า “คงจะมีการมอบให้กับทีมที่เป็นแชมป์และรองแชมป์ โดยตอนนี้ก็กำลังติดต่อหาผู้สนับสนุนอยู่ คาดว่าคงจะมีข่าวดีเร็ว ๆ นี้”
ปีหน้าเปิดลีกเร็วขึ้น เบื้องต้นตั้งไว้ 3-4 ก.พ.
นอกจากนี้ประธานไทยลีกก็ได้เผยถึงเรื่องของโปรแกรมที่ในฤดูกาลหน้าที่ตนนั้น ได้วางแผนไว้ว่าอยากจะเปิดลีกให้เร็วขึ้นกว่าเดิมเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา วุ่นวายที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องรอดูองค์ประกอบโดยรวมด้วยว่าจะทำได้หรือไม่ ซึ่งถ้าเปิดลีกได้เร็วขึ้นก็จะทำให้โปรแกรมการแข่งขันไม่ต้องเลื่อนไปเลื่อน มาเหมือนกับในปีนี้”
ลุ้นปีนี้แชมป์ไทยลีกประเดิมถ้วยใบใหม่
สุดท้ายแล้ว ดร.ลูกหนัง ยังได้ออกมาแย้มอีกด้วยว่า “สำหรับแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้อาจเป็นไปได้ที่จะประเดิมฉลองแชมป์ ด้วยถ้วยใบใหม่ที่ทางสมาคมฯ ได้สั่งทำจากประเทศอังกฤษ ซึ่งถ้วยใบนี้มีมูลค่าถึง 40,000 ปอนด์ ถ้าคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 2 ล้านกว่าบาท แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องดูก่อนว่าจะเสร็จทันก่อนปิดฤดูกาลนี้หรือไม่ เพราะตนเองก็ยังไม่ได้รับการยืนยันจากทางสมาคมฯ ด้วย แต่ถ้าหากไม่ทันก็คงต้องใช้ถ้วยใบเก่าไปก่อน และทำพิธีมอบถ้วยใบใหม่ภายหลัง”
ไทยลีกไม่มีปัญหาส่วน ด.1 สั่งแบน 2 โค้ชปตท.ปรับอีก 30,000
ด้านประธานบริษัทไทยพรีเมียร์ลีกก็ได้ออกมาเผยถึงบทสรุปในที่ประชุมว่า “สำหรับในศึกไทยพรีเมียร์ลีก 7 คู่เมื่อวานที่ผ่านมาเรียบร้อยดี ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ส่วนในดิวิชั่น 1 ก็มี 1 คู่ที่มีปัญหาคือคู่ระหว่าง ปตท.ระยอง ที่เปิดบ้านเสมอกับ เชียงราย ยูไนเต็ด 2-2 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (28 ก.ย.) ซึ่งในเกมดังกล่าวมีสตาฟฟ์โค้ชของทีมเจ้าบ้านสองคนไปต่อว่าผู้ตัดสินด้วย ถ่อยคำที่หยาบคาย และแสดงท่าทางไม่พอใจคำตัดสินอย่างรุนแรง จึงได้มีบทลงโทษดังนี้ในรายของนายสมทรง ละอองทอง ที่ไปต่อว่าผู้ตัดสินจะถูกห้ามลงทำหน้าที่ข้างสนาม 1 นัด และถูกปรับอีก 10,000 บาท และนายทศพร เอื้อสัจพล ที่แสดงท่าทางรุนแรงก็ถูกห้ามทำหน้าที่ 2 นัด และปรับเงิน 20,000 บาท เบ็ดเสร็จแล้วทีม ปตท.ระยองก็โดนไป 30,000 บาท”
ลีกเยาวชนเตะแน่ พ.ย.เล่นแบบทัวร์นาเมนต์ที่เหลือรอยีคอนเฟิร์ม
นอกจากนี้ ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ก็ได้เผยถึงความคืบหน้าการจัดการแข่งขันฟุตบอลลีกเยาวชนที่จะทำการแข่งขัน กันหลังจากปิดฤดูกาลของไทยพรีเมียร์ลีกอีกด้วยว่า “ถึงตอนนี้ก็เหลือเพียงการเซ็นอนุมัติจากนายกสมาคมฯ เท่านั้น เพราะทางทีพีแอลได้เสนอโครงการไปทั้งหมดแล้ว ซึ่งก็คาดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร โดยเบื้องต้นก็คาดการไว้ว่าจะเล่นกันในช่วงกลางเดือน พ.ย.และตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้”
สำหรับทีมที่จะลงแข่งขันนั้น ดร.วิชิต ก็บอกว่า “จะเป็น 16 ทีมในไทยลีก แต่จะไม่รวมกับ 3 ทีมที่ตกชั้น เพราะจะให้โอกาสกับ 3 ทีมน้องใหม่จาก ด.1 ที่จะขึ้นมาเล่นไทยลีกได้สิทธิลงเล่นแทนเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ในส่วนของคุณสมบัติของนักเตะที่จะลงทำการแข่งขันจะต้องเป็นนักเตะที่อายุไม่ เกิน 20 ปี ซึ่งแต่ละทีมสามารถที่จะส่งนักเตะอายุเกินรวมถึงนักเตะต่างชาติได้ทีมล่ะไม่ เกิน 3 คน
โดยการแข่งขันจะเล่นแบบเป็นทัวร์นาเมนต์ 16 ทีม แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ตามภูมิภาคใกล้เคียงของทีมต่างๆ ซึ่งจะดูจากความเหมาะสมในการเดินทางเป็นหลัก จะแข่งขันแบบพบกันหมดเหย้าเยือนเพื่อหา 2 ทีมในแต่ละกลุ่มเข้าไปเล่นในรอบน็อคเอาท์ ซึ่งก็จะมีการจับสลากประกบคู่หลังจากได้ 8 ทีมที่ผ่านเข้ารอบไปแล้ว และในรอบนี้ก็จะยังคงเล่นแบบเหย้าเยือนเหมือนเดิม จนได้คู่ชิงชนะเลิศถึงจะเล่นกันที่สนามกลางนัดเดียว โดยจะเลือกสนามที่มีความเหมาะสมอีกครั้ง ในส่วนของเรื่องเงินรางวัลการแข่งขันนั้น บอสใหญ่ไทยลีก ก็กล่าวว่า “คงจะมีการมอบให้กับทีมที่เป็นแชมป์และรองแชมป์ โดยตอนนี้ก็กำลังติดต่อหาผู้สนับสนุนอยู่ คาดว่าคงจะมีข่าวดีเร็ว ๆ นี้”
ปีหน้าเปิดลีกเร็วขึ้น เบื้องต้นตั้งไว้ 3-4 ก.พ.
นอกจากนี้ประธานไทยลีกก็ได้เผยถึงเรื่องของโปรแกรมที่ในฤดูกาลหน้าที่ตนนั้น ได้วางแผนไว้ว่าอยากจะเปิดลีกให้เร็วขึ้นกว่าเดิมเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา วุ่นวายที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องรอดูองค์ประกอบโดยรวมด้วยว่าจะทำได้หรือไม่ ซึ่งถ้าเปิดลีกได้เร็วขึ้นก็จะทำให้โปรแกรมการแข่งขันไม่ต้องเลื่อนไปเลื่อน มาเหมือนกับในปีนี้”
ลุ้นปีนี้แชมป์ไทยลีกประเดิมถ้วยใบใหม่
สุดท้ายแล้ว ดร.ลูกหนัง ยังได้ออกมาแย้มอีกด้วยว่า “สำหรับแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้อาจเป็นไปได้ที่จะประเดิมฉลองแชมป์ ด้วยถ้วยใบใหม่ที่ทางสมาคมฯ ได้สั่งทำจากประเทศอังกฤษ ซึ่งถ้วยใบนี้มีมูลค่าถึง 40,000 ปอนด์ ถ้าคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 2 ล้านกว่าบาท แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องดูก่อนว่าจะเสร็จทันก่อนปิดฤดูกาลนี้หรือไม่ เพราะตนเองก็ยังไม่ได้รับการยืนยันจากทางสมาคมฯ ด้วย แต่ถ้าหากไม่ทันก็คงต้องใช้ถ้วยใบเก่าไปก่อน และทำพิธีมอบถ้วยใบใหม่ภายหลัง”
